นำเข้าผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ต้องยื่นขอนำเข้าที่ด่านอาหารและยา

การนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหาร นำเข้า ส่งออก เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ วิตามิน อาหารเสริม เพื่อบริโภคเอง ใช้เฉพาะตัวหรือเป็นตัวอย่างในการพิจารณาสั่งซื้อ จะต้องยื่นคำขอนำเข้า ณ ด่านอาหารและยา เพื่อพิจารณาถึงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่นำเข้า เป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เนื่องจากปัจจุบัน เทคโนโลยีการสื่อสารมีความก้าวหน้าและรวดเร็ว พฤติกรรมของผู้บริโภค เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะการใช้สื่อออนไลน์ในการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ   ข้อมูลการตรวจสอบจากด่านไปรษณีย์ พบว่าการนำเข้าสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์สุขภาพมีจำนวนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์ ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ ว่าการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพจะต้องยื่นคำขอนำเข้า ณ ด่านอาหารและยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนนำเข้า เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัย เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในการสั่งซื้อสินค้าและนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพจากต่างประเทศ  ผู้นำเข้าจะต้องแสดงหลักฐานในการยื่นคำขอนำเข้า ณ ด่านอาหารและยาที่จะนำเข้าผลิตภัณฑ์นั้น ๆ โดยมีรายละเอียดเอกสารที่ใช้ประกอบการนำเข้าและเงื่อนไข ดังนี้ กรณีนำเข้าเครื่องมือแพทย์ เพื่อใช้เฉพาะตัว ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เฉพาะตัวเท่านั้นไม่นำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่าย จะต้องแสดงรายละเอียดเครื่องมือแพทย์ที่นำเข้า รวมทั้งแสดงใบรับรองแพทย์ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ รับรองว่าผู้นำเข้าจำเป็นต้องใช้เครื่องมือแพทย์ดังกล่าว   กรณีการนำเข้าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เพื่อใช้เป็นตัวอย่างในการพิจารณาสั่งซื้อ หรือ เพื่อใช้เฉพาะตัว จะต้องรับรองว่าจะไม่นำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่าย จำกัดจำนวนนำเข้าตามหลักเกณฑ์ กรณีนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อบริโภคเอง จะต้องมีจำนวนในการบริโภค…

เอกสารที่ใช้ในการนำเข้าสัตว์เลี้ยง ของผู้โดยสารในลักษณะที่นำมาพร้อมกับเจ้าของ

    “สัตว์มีชีวิต” เป็นของต้องกำกัด ดังนั้น สัตว์เลี้ยงที่ผู้โดยสารนำติดตัวเข้ามาด้วย จะไม่ได้รับยกเว้นอากร และต้องได้รับอนุญาตนำเข้า จึงจะนำเข้าได้ ซึ่งมีรายละเอียดและขั้นตอน ดังต่อไปนี้ การนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในราชอาณาจักรของผู้โดยสารในลักษณะนำเข้ามาพร้อมกับตน เอกสารที่ต้องนำมาแสดง หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) ต้นฉบับ ขั้นตอนการนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในราชอาณาจักร ผู้โดยสารเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ/หรือ ท่าอากาศยานนานาชาติอื่นๆ ผ่านการตรวจลงตราหนังสือเดินทางโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และรับสัมภาระและสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข,แมว ผู้โดยสารนำสัตว์เลี้ยง พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องตามข้อ 1 ข้างต้น ไปที่ด่านกักกันสัตว์ ณ ท่าอากาศยาน เพื่อขออนุญาตนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลังจากสัตวแพทย์ประจำด่านตรวจสอบเอกสารและสัตว์เลี้ยงดังกล่าวแล้วไม่พบว่าเป็นโรคระบาดหรือพาหะของโรคระบาด จะดำเนินการออกใบอนุญาตนำสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร ให้แก่ผู้โดยสาร ผู้โดยสารนำสัตว์เลี้ยงและใบอนุญาตฯ  มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ช่องตรวจมีสิ่งของต้องสำแดง (Goods to declare) เพื่อชำระค่าภาษีอากรและรับใบเสร็จรับเงิน เมื่อเร็วๆนี้มีลูกค้า ให้ทางทรานสปีดช่วยดำเนินการ เรื่องเอกสารนำเข้า  รวมถึงพิธีการศุลกากร  ของน้องๆที่เดินทางมาจากญี่ปุ่น เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น  และเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ทรานสปีดช่วยดูแล สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติม  …

การจัดประเภท ของเร่งด่วนขาเข้า ณ เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ปัจจุบัน มีการนำเข้าสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรไทยผ่านทางผู้ให้บริการขนส่งสินค้าและพัศดุภัณฑ์ โดยผู้นำเข้าอาจจะเป็น ผู้นำเข้ารายใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการนำเข้าสินค้ามาก่อน (First Time Importer) อาทิเช่น ผู้ที่สั่งสินค้าจาก ต่างประเทศในระบบออนไลน์ (e-Commerce) หรือ นักท่องเที่ยวที่ส่งของถึงตนเอง ทำให้อาจประสบปัญหาจากการที่ไม่เข้าใจวิธีการและ พิธีการต่างๆ ที่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้กำหนดไว้ เช่น กฎหมายศุลกากร เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ เรามาเริ่มต้นศึกษา  การจัดประเภทของเร่งด่วนขาเข้า สามารถจัดแบ่งได้ 4 ประเภท *   ประเภทที่ 1 เอกสารที่ไม่ต้องเสียอากร ตาม ภาค 2 พิกัดอัตราอากรขาเข้า แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 และไม่เป็นของต้องห้ามต้องกำกัด   ประเภทที่ 2 ของไม่ต้องเสียอากร หรือของที่ได้รับยกเว้นอากร โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ 2.1 ของที่ไม่ต้องเสียอากรตามภาค 2 พิกัดอัตราอากรขาเข้าแห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร   พ.ศ. 2530 และไม่เป็นของต้องห้ามต้องกำกัด 2.2 ของที่นำเข้าซึ่งแต่ละรายมีราคาซีไอเอฟไม่เกิน 1,500 บาท…

การนำเข้าและการยกเว้นอากรของที่ได้รับบริจาค

กรมศุลกากรได้จัดทำและเผยแพร่ข้อมูล เรื่อง การนำเข้าของที่ได้รับบริจาค (ได้แก่ ของที่นำเข้ามาหรือ ส่งออกไปเพื่อบริจาค เป็นการสาธารณกุศลแก่ประชาชน โดยผ่านส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศล หรือเป็นของที่นำเข้ามาเพื่อให้แก่ส่วนราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินหรือองค์การสาธารณกุศล และเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการยกเว้นอากรของที่ได้รับบริจาคเอกสารที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการศุลกากร การขออนุญาตนำเข้าของที่ได้รับบริจาคจากหน่วยงานราชการตามกฎหมายในเรื่องนั้น (เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาารและยา เป็นต้น) นอกจากนี้ ยังได้จัดทำ ขั้นตอนดำเนินการในการยกเว้นอากร ของบริจาค ตามประเภท 11 ภาค 4 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้ปฏิบัติด้วย                            

ตัวแทนออกของ (ชิปปิ้ง) ควรเลือกอย่างไรดี

ชิปปิ้ง (Shipping) จริงๆแล้ว หมายถึงการขนส่ง  แต่ด้วยคนไทยเรียกกันติดปาก จนคำว่า  ชิปปิ้ง  หมายถึง ตัวแทนออกของ  หรือผู้ที่ดำเนินพิธีการศุลกากรแทนผู้นำเข้าหรือส่งออก  เป็นเหมือนตัวกลางที่จะมาช่วยจัดการเรื่องต่างๆ ในการนำเข้าหรือส่งออก ส่วนใหญ่แล้ว  บริษัทที่ให้บริการด้านนี้ จะเชี่ยวชาญในด้านการจัดการพิธีศุลกากร สิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ  รวมถึงพิธีการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง  เช่น พิธีการ อย.  เกษตร สมอ. เป็นต้น ผู้นำเข้าหรือส่งออก ( Importer or Exporter ) มักจะเลือกใช้บริการ  บริษัทชิปปิ้ง  หรือตัวแทนออกของ  แทนการจัดการเอง  เพราะด้วยเอกสารหลายอย่าง  และมีขั้นตอนหลายขั้น  ทำให้ตัดสินใช้เลือกใช้ผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือมาจัดการแทนดีกว่า ใช้เวลาทำเอง  ซึ่งจะสะดวก  และไม่เสียเวลากับเรื่องที่ไม่ถนัด แล้วควรเลือกบริษัทชิปปิ้งอย่างไรดี  ถึงจะเหมาะสมกับงานนำเข้า-ส่งออก 1.เป็นบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ และมีแหล่งที่อยู่แน่ชัด ชิปปิ้งที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะต้องต้องขึ้นทะเบียนบริษัท หรือจดทะเบีบนพาณิชย์ให้ถูกต้อง และถ้าเป็นบริษัทที่ได้รับรองมาตรฐาน  AEO โดยกรมศุลกากรด้วยยิ่งดีมาก  หากเป็นบริษัทที่ดำเนินการมายาวนานหลายปี  ก็ยิ่งช่วยการันตีความน่าเชื่อถือ  และความเป็นมืออาชีพในการทำงาน ควรเป็นบริษัทที่มีแหล่งที่อยู่  หรือสำนักงานแน่ชัด และสามารถติดต่อได้ง่าย …

นำเข้า-ส่งออก แบบชั่วคราว ตอนที่ 2 ใบสุทธินำกลับ

ใบสุทธินำกลับ  สิ่งที่เราจะได้ยิน  หากเราต้องการจะส่งออกชั่วคราว จากบทความก่อนที่เราได้พูดถึง เอกสารค้ำประกัน เอ.ที.เอ คาร์เนท์ (A.T.A. CARNET) สำหรับการส่งออก-นำเข้าชั่วคราวมาแล้ว ครั้งนี้หากต้องส่งออกไปชั่วคราว  และนำกลับเข้ามาในประเทศไทย ตัวอย่างเช่น ต้องการนำสินค้าไปจัดแสดงงานที่ต่างประเทศ จะนำสินค้าตัวอย่างไปให้ลูกค้าที่ต่างประเทศดู นำอุปกรณ์ไปถ่ายทำภาพยนต์ที่ต่างประเทศ ส่งของไปซ่อมที่ต่างประเทศ ถ้าหากไม่มีเอกสารยืนยันการส่งออกไป  จะมีปัญหาอะไรในตอนนำเข้าหรือเปล่า ต้องเสียภาษีนำเข้าหรือไม่ ? ถ้าสินค้าที่ส่งออกเป็นสินค้าที่ผู้ส่งออกประสงค์จะนำกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกภายในหนึ่งปี  จะต้องขอทำใบสุทธิ นำกลับ  เพื่อขอยกเว้นอากรขาเข้า ใบสุทธินำกลับคืออะไร  ใบสุทธินำกลับ คือเอกสารทางศุลกากร ซึ่งออกให้เพื่อเป็นหลักฐานว่าของที่ส่งออกหรือส่งกลับออกไปนั้นจะนำกลับเข้ามาภายในระยะเวลา 1 ปี ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของภาค 4 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 การยกเว้นอากรโดยใช้ใบสุทธินำกลับมี 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่  1 ส่งออกไปแบบไหน ต้องกลับเข้ามาในรูปร่าง ลักษณะเดิมเท่านั้น  เช่น การนำสินค้าออกไปแสดงงาน  นำอุปกรณ์ไปใช้ในการประกอบวิชาชีพต่างๆ เป็นต้น ประเภทที่ 2 การส่งของ ที่ได้นำเข้ามา ( โดยได้ชำระอากรนำเข้าแล้ว )…

นำเข้า-ส่งออก แบบชั่วคราว ตอนที่ 1 A.T.A CARNET

ในการจัดแสดงงานนิทรรศการที่ต่างประเทศ ผู้จัดแสดงงานจะต้องนำอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาจัดงาน อุปกรณ์จัดงานเหล่านี้  หลายชิ้นมีมูลค่าค่อนข้างสูง  หากนำเข้ามาโดยไม่มีการทำเอกสารเพื่อผ่านพิธีการนำเข้าอย่างถูกต้อง  อาจจะต้องโดนให้จ่ายภาษีนำเข้าแบบไม่ทันตั้งตัว ในบทความนี้  เราจะมาทำความรู้จัก กับ การ นำเข้า-ส่งออก แบบชั่วคราวโดยใช้ เอกสารค้ำประกัน เอ.ที.เอ คาร์เนท์ (A.T.A. CARNET) ซึ่งหลายท่านคงคุ้นชินแล้ว  แต่คงมีอีกหลายท่านที่ยังไม่รู้จัก  โดยเริ่มต้นจาก A.T.A CARNET  หรือที่เรียกกันว่า ใบขนส่งสินค้าชั่วคราว คือ เอกสารศุลกากรระหว่างประเทศที่ออกและค้ำประกันโดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อใช้ในการผ่านพิธีการศุลกากรแทนใบขนสินค้าขาเข้า ใบขนสินค้าขาออก ใบสุทธินำกลับ เอกสารผ่านแดน และเป็นเอกสารค้ำประกันค่าภาษีอากรสำหรับสินค้าที่นำเข้ามาชั่วคราว โดยได้รับยกเว้นอากรขาเข้าประเทศปลายทางภายใต้อนุสัญญาศุลกากรสากลว่าด้วยเอกสารค้ำประกัน (เอ.ที.เอ.คาร์เนท์) ประโยชน์จากการใช้ A.T.A CARNET 1.ลดขั้นตอน และระยะเวลาการจัดทำเอกสาร เพราะหากท่านต้องการนำสินค้าไปต่างประเทศ เป็นการชั่วคราว (โดยประเทศนั้นต้องอยู่ในอนุสัญญา A.T.A CARNET ด้วย ) สามารถใช้เอกสาร A.T.A CARNET แทน ใบขนสินค้าขาเข้า-ขาออก และใบขนผ่านแดน รวมทั้งสามารถใช้เป็นเอกสารค้ำประกันค่าภาษีอากร  เอกสาร  A.T.A CARNET ยังสามารถใช้เพื่อการนำเข้า-ส่งออกได้หลายประเทศ  สำหรับการเดินทาง …

ของต้องห้าม และของต้องกำกัด

เมื่อพูดถึงการนำเข้า – ส่งออกสิ่งใดๆ ไปนอกราชอาณาจักร  หรือนอกประเทศไทย เราอาจจะเคยได้ยิน คำว่า ของต้องห้าม  และของต้องกำกัด บทความนี้ เราจะอธิบายของต้องห้าม  และของต้องกำกัด คืออะไร ห้ามจะทำการนำเข้า  หรือส่งออกต้องติดต่อหน่วยงานใดบ้าง  เริ่มต้นจาก ของต้องห้าม หมายถึง ของที่ห้ามไม่ให้นำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร  นั่นหมายถึงว่า  ไม่ว่าจะกรณีใดๆ เมื่อมีการนำเข้ามา  หรือจะส่งออกไป  ย่อมมีความผิดทันที  ยกตัวอย่างของต้องห้าม เช่น สารเสพติด วัตถุ หรือสื่อลามก ของลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้า ละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา ธนบัตร หรือเหรียญกษาปณ์ปลอม สัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ที่อยู่ในบัญชีควบคุมของอนุสัญญาไซเตส ของต้องกำกัด หมายถึง ของบางชนิด ที่กฎหมายควบคุมการนำเข้ามาและการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรการนำเข้าและการส่งออกของต้องกำกัด ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องซึ่งจะต้องนำมาแสดงในเวลาปฏิบัติพิธีการศุลกากรด้วย ตัวอย่าง เช่น ในการนำเข้าและส่งออกของต้องกำกัด  จะต้องมีการขอใบอนุญาตให้เรียบร้อยก่อนทำการขนส่ง  มิฉะนั้น ท่านอาจมีความผิด  และทรานสปีดมีความเชี่ยวชาญในการนำเข้าและส่งออกสินค้า  หรือสิ่งของต้องกำกัด หรือที่ติดใบอนุญาต  ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือแพทย์  เครื่องสำอาง ปืนบีบีกัน  สัตว์เลี้ยง  สัตว์สำหรับทดลอง และอื่นๆอีกมาก  หากท่านต้องการปรึกษาสามารถติดต่อเราได้ทันที…