In English, Thai

ทำไมเราต้องรู้ เกี่ยวกับราคาศุลกากร

ตอนนี้ธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) กำลังมาแรง หลายท่านสั่งซื้อสินค้าเองจากต่างประเทศ ผ่าน Platform eCommerce ไม่ว่าจะเป็น Alibaba  , Amazon หรือ platform อื่นๆ และมักจะสั่งซื้อสินค้าเพราะเห็นว่าราคาถูกกว่าในไทย โดยบางครั้งอาจลืมนึงถึงว่าจะต้องเสียภาษีนำเข้า หรือบางครั้งคำนวณไว้แล้ว แต่ไม่ตรงตามที่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเรียกเก็บ  และประเด็นที่เราเห็นกันบ่อยๆ สำหรับผู้นำเข้ารายย่อย เช่น

– จ่ายภาษีนำเข้าแพงเกินไป ภาษีแพงเกือบเท่าราคาสินค้า ทำไมต้องเสียภาษีนำเข้าแพง

– สินค้าราคาไม่เกิน 1,500 บาท แต่ทำไมเสียภาษีนำเข้า

– ได้ของขวัญ ของฝากส่งมาจากต่างประเทศ แต่กลับต้องเสียภาษี

– ได้รับของขวัญเป็นของแฮนด์เมด จากต่างประเทศ จะใช้ฐานราคาอะไรในการคำนวณภาษี

-ตอนสั่งซื้อสินค้า ทางผู้ขายแจ้งว่าฟรีค่าส่ง (FREE SHIPPING ) แล้วทำไมถึงนำค่าขนส่งมาคิดภาษี

-นำเข้าของมือสอง เสื้อผ้ามือสอง แต่สภาพดี แล้วต้องคำนวณภาษีอย่างไร

และอีกหลายประเด็นที่ผู้นำเข้ารายย่อยเจอ

 

ตัวแทนออกของ

บทความนี้ทรานสปีดจะให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภาษีนำเข้า

เริ่มต้นจาก ภาษีหลักๆ ที่เราต้องชำระ เมื่อนำเข้า

VAT  จัดเก็บจากมูลค่าของการซื้อขายสินค้า

DUTY  อากรขาเข้า หรือขาออก ซึ่งอากรจะต่างกันไปตามประกาศการนำเข้าของสินค้าต่างๆ ตามกรมศุลกากร

นำเข้าสินค้า กรมศุลกากรจะใช้ราคาใดในการประเมินภาษี

ก่อนอื่นเลย เราต้องรู้ก่อนว่าสินค้า หรือ พัสดุที่เรานำเข้า นั้นอยู่ในพิกัดศุลกากรอะไร

พิกัดศุลกากร ( HS CODE ) จึงมีความสำคัญในการหาอัตรา การคำนวณภาษีขาเข้า

 

วิธีเช็คพิกัดศุลกากร

สามารถเช็คข้อมูลจากได้ตาม link นี้ ค้นหาพิกัดอัตราศุลกากร

เมื่อได้พิกัด เราจะได้อัตราภาษีอากร

วิธีคำนวนภาษีนำเข้า

วิธีการคำนวณ
ค่าสินค้า + ประกันภัย + ค่าขนส่งระหว่างประเทศ  = CIF
ราคา CIF x อัตราภาษีขาเข้า = อากรขาเข้า
(ราคา CIF + อากรขาเข้า) x อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม = ภาษีมูลค่าเพิ่ม
อากรขาเข้า + ภาษีมูลค่าเพิ่ม = ค่าภาษีทั้งหมดที่ต้องชำระ

รายละเอียดวิธีการคำนวณภาษีนำเข้าเพิ่มเติม

เอกสารที่ใช้ในการประเมินภาษี

  1. ใบแจ้งรับของ
  2. หลักฐานการสั่งซื้อหรือ invoice

ที่สำคัญเราต้องรู้ว่า กรมศุลกากรจะใช้ราคาใดในการประเมินภาษี

ในกรณีของนำเข้า หมายถึง ราคาของของเพื่อความมุ่งหมายในการจัดเก็บอากร ปัจจุบันประเทศไทยใช้ราคาศุลกากรที่เรียกว่า “ระบบราคาแกตต์ (GATT Valuation)” ขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) ในการกำหนดราคาสินค้าขาเข้า ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามพันธกรณีความตกลงว่าด้วยการนำมาตรา 7 ของความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า 1994 มาถือปฏิบัติ (Agreement on Implementation of Article VII of the General Agreement on tariffs and Trade 1994) ปกติการกำหนดราคาศุลกากรจะอยู่บนพื้นฐานของราคาซื้อขายของที่นำเข้า ซึ่งเป็นราคาที่ผู้ซื้อจ่ายหรือ พึงจ่ายจริงให้กับผู้ขายในต่างประเทศ อย่างไรก็ดี ราคาซื้อขายของที่นำเข้านั้น จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขบางประการ เช่น การซื้อขาย ผู้ซื้อกับผู้ขายต้องไม่มีความสัมพันธ์กัน หรือการซื้อขายนั้นต้องไม่มีเงื่อนไขอย่างอื่นอีก

วิธีการกำหนดราคาศุลกากร

การกำหนดราคาศุลกากรตามหลักการของแกตต์ กำหนดจาก 6 วิธี ดังนี้

วิธีที่ 1  ราคาซื้อขายของที่นำเข้า (Transaction value) หมายถึง ราคาซื้อขายที่ผู้ซื้อสินค้าได้ชำระจริงหรือที่จะต้องชำระให้กับผู้ขายในต่างประเทศสำหรับของที่นำเข้า ซึ่งได้มีการปรับราคาหรือได้นำมูลค่าหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไปรวมด้วย เช่น ค่าวัสดุเสริม ค่านายหน้า หรือค่าสิทธิ เป็นต้น

วิธีที่ 2  ราคาซื้อขายของที่เหมือนกัน (Transaction value of Identical Goods) หมายถึง ราคาซื้อขายของที่มีลักษณะเหมือนกันทุกด้านกับของที่นำเข้า ไม่ว่าจะเป็นทางกายภาพ คุณภาพ และชื่อเสียง และต้องผลิตขึ้นในประเทศเดียวกันกับของนำเข้าด้วย ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงค่าประกันภัย ค่าขนส่งของที่นำเข้ามายังด่านศุลกากรที่นำของเข้า ค่าขนของลง ค่าขนของขึ้น และค่าจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งของมายังด่านศุลกากรที่นำของเข้าด้วย

วิธีที่ 3  ราคาซื้อขายของที่คล้ายกัน (Transaction value of Similar Goods) หมายถึง ราคาซื้อขายของที่ไม่เหมือนกันครบทุกด้านกับของที่นำเข้า แต่มีลักษณะหรือใช้วัสดุที่เป็นส่วนประกอบเหมือนกัน ผลิตในประเทศเดียวกัน และทำหน้าที่อย่างเดียวกันหรือทดแทนกันได้ในทางการค้า ทั้งนี้ โดยพิจารณาถึงคุณภาพ ชื่อเสียง และเครื่องหมายการค้าของของที่นำเข้ากับของนั้น

วิธีที่ 4  ราคาหักทอน (Deductive Value) หมายถึง ราคาที่กำหนดขึ้นโดยใช้ราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่นำเข้า หรือราคาซื้อขายต่อหน่วยของของที่เหมือนหรือของที่คล้ายกันที่ได้ขายไปในประเทศไทย โดยหักทอนค่าใช้จ่ายบางส่วนออกไป เช่น ค่านายหน้า หรือกำไรและค่าใช้จ่าย ค่าขนส่งและค่าประกันภัยที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักร ค่าภาษีอากรในประเทศไทย มูลค่าเพิ่มของสินค้าที่เกิดขึ้นจากการประกอบหรือผ่านกรรมวิธีเพิ่มเติม

วิธีที่ 5  ราคาคำนวณ (Computed Value) หมายถึง ราคาที่กำหนดขึ้นจากต้นทุนการผลิตของสินค้าที่นำเข้า บวกกับกำไรและค่าใช้จ่ายทั่วไปที่รวมอยู่ตามปกติในการขายจากประเทศส่งออกมายังประเทศไทย รวมทั้งค่าภาชนะบรรจุ ค่าประกันภัย และค่าขนส่ง

วิธีที่ 6  ราคาย้อนกลับ (Fall Back Value) หมายถึง การกำหนดราคาโดยนำหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการกำหนดราคาตามวิธีที่ 1-5 มาใช้โดยผ่อนปรนเพื่อการกำหนดราคาอย่างสมเหตุสมผลวิธีการกำหนดราคาศุลกากร

 

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถาม TRANSPEED ได้โดยตรงเลยนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูล

กรมศุลกากร

Recommended Posts
Have a question?
Have a question?
Hi there! How can I help you today?
Connecting...
Thank you for visiting our website! None of our chat operators are available at the moment. Please fill out the form below and we will get back to you here shortly.
All of our chat operators are currently busy at the moment. Please try our chat again here in a few minutes.
:
:
:
Welcome to Transpeed! Do you have any questions?
:
:
Thank you for contacting Transpeed. This chat session has now ended.
Was this conversation useful? Vote this chat session.
Good Bad